ฉีดฟิลเลอร์ปากอย่างไรให้สวย เผยเทคนิคฉีดฟิลเลอร์ปากที่เหมาะกับใบหน้า

ฉีดฟิลเลอร์ปาก

ฉีดฟิลเลอร์ปาก

ฉีดฟิลเลอร์ปาก

ฉีดฟิลเลอร์ปาก เป็นอีกหนึ่งจุดบนใบหน้าที่กำลังอินเทรนด์มากที่สุดในตอนนี้ มีรีวิวจากดาราและเซเลบริตี้ที่ฉีดฟิลเลอร์ปาก ปรับทรงปากอวบอิ่ม เปลี่ยนลุค ทำให้หลายคนอยากฉีดฟิลเลอร์ปากดูบ้าง แต่การฉีดฟิลเลอร์ปากให้ออกมาสวยและเหมาะกับรูปหน้านั้น มีข้อควรรู้ต่าง ๆ ทั้งการเตรียมตัว ขั้นตอน เทคนิคการฉีด ทรงปากที่เหมาะกับใบหน้า รวมถึงยี่ห้อฟิลเลอร์ปากที่ใช้ ฉีดฟิลเลอร์ปากครั้งแรก ห้ามพลาด!  

สารบัญ ฉีดฟิลเลอร์ปาก 

1.ฉีดฟิลเลอร์ปาก เตรียมตัวอย่างไร ?

2.ฉีดฟิลเลอร์ปากครั้งแรก มีขั้นตอนอย่างไร ?

3.เทคนิคฉีดฟิลเลอร์ปาก

4.ลักษณะริมฝีปากที่ดี มีสัดส่วนอย่างไร ?

5.ทรงปากแบบไหน เหมาะกับคนไทย ?

ทรงปากกระจับ

ทรงปากสายเกาหลี

ทรงปากสายฝอ

6.ฉีดฟิลเลอร์ปาก ช่วยอะไรบ้าง ?  

7.ฉีดฟิลเลอร์ปาก กี่วันเห็นผล ? 

8.ฉีดฟิลเลอร์ปากใช้ กี่ CC ? 

9.ฟิลเลอร์ปาก ยี่ห้อไหนดี ? 

10.ฉีดฟิลเลอร์ปาก อยู่ได้นานแค่ไหน ?

11.ฟิลเลอร์ปาก ราคาเท่าไหร่ ?

12.ฉีดฟิลเลอร์ปาก ข้อดี-ข้อเสีย

[ps2id id=’ฉีดฟิลเลอร์ปาก-เตรียมตัวอย่างไร’ target=”/]

ฉีดฟิลเลอร์ปาก เตรียมตัวอย่างไร ?

ฉีดฟิลเลอร์ปาก การเตรียมตัวก่อนฉีดเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้การเลือกทรงปากสวย ๆ ที่ชอบ รู้หรือไม่ว่าถ้าเราเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์ปากได้ดี ไม่เพียงแต่ทำให้ได้ทรงปากสวยเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อระยะเวลาการคงอยู่ของฟิลเลอร์ ช่วยให้ฟิลเลอร์อยู่ได้นานขึ้นด้วย โดยการเตรียมตัวฉีดฟิลเลอร์ปาก ควรปฏิบัติดังนี้

  • ศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับฟิลเลอร์ปาก และเลือกฉีดฟิลเลอร์ปากกับคลินิกที่ได้มาตรฐาน
  • ศึกษาวิธีดูฟิลเลอร์แท้ ซึ่งต้องเป็น Hyaluronic Acid (HA) ที่ผ่านการรับรองจากอย.
  • ดูรีวิวจากผู้ใช้บริการจริงของคลินิกนั้น ๆ ซึ่งจะสามารถบอกได้ว่าฉีดฟิลเลอร์ปากออกมาสวยหรือไม่
  • งดยาทาชนิดผลัดเซลล์ผิว และการแว็ก ยาแอสไพริน ยา NSAIDs เช่น ibuprofen, diclofenac, ponstan เป็นเวลา 1 สัปดาห์ก่อนฉีดฟิลเลอร์ปาก
  • งดวิตามิน St.John’s Wort, Ginkgo biloba, Primrose oil, Garlic, Ginseng และ Vitamin E เป็นเวลา 1 สัปดาห์ก่อนฉีดฟิลเลอร์ปาก 
  • งดดื่มแอลกอฮอล์ / งดกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีด  เป็นเวลา 24 ชั่วโมง ก่อนฉีดฟิลเลอร์ปาก 
  • หากมีโรคประจำตัว หรือมียาที่ต้องรับประทานเป็นประจำ ควรแจ้งแพทย์ก่อนฉีดฟิลเลอร์ปาก 

[ps2id id=’ฉีดฟิลเลอร์ปากครั้งแรก-มีขั้นตอนอย่างไร’ target=”/]

ฉีดฟิลเลอร์ปากครั้งแรก มีขั้นตอนอย่างไร ?

สำหรับคนที่การฉีดฟิลเลอร์ปากเป็นครั้งแรก ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก และใช้เวลาไม่นาน โดยคลินิกเสริมความงามชั้นนำ ขั้นตอนฉีดฟิลเลอร์ปาก จะมีดังนี้

  • ปรึกษาแพทย์ ก่อนตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์ปาก ควรนัดเข้ามาปรึกษาหมอเพื่อให้หมอประเมินใบหน้าและแนะนำทรงปากที่เหมาะสม (บางคลินิกมีให้ส่งรูปหน้า สามารถปรึกษาทางออนไลน์ได้) 
  • เลือกยี่ห้อฟิลเลอร์ รุ่นฟิลเลอร์ที่เหมาะสม ฟิลเลอร์แต่ละรุ่นเหมาะกับใช้แก้ปัญหาที่แตกต่างกัน แพทย์จะประเมินว่าจากความต้องการของเรา รูปปากที่ชอบ เหมาะกับฟิลเลอร์ปากยี่ห้อไหนดี เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตรงตามที่ต้องการ ได้ทรงปากสวยรับกับใบหน้า (สามารถนำรูปทรงปากที่ชอบมาให้หมอดูได้) 
  • ทำความสะอาดและฉีดยาชา ก่อนฉีดฟิลเลอร์ปาก จะมีการทำความสะอาดบริเวณที่ฉีด และฉีดยาชาให้ทุกเคส (สำหรับคนที่กลัวเจ็บมาก ๆ สามารถแจ้งให้เจ้าหน้าที่แปะยาชาเพิ่มได้)
  • แกะกล่องฟิลเลอร์ให้ดูต่อหน้า หมอจะต้องแกะกล่องฟิลเลอร์ให้ดูต่อหน้าก่อนฉีด เพื่อให้มั่นใจว่าฟิลเลอร์ปากที่ฉีดเป็นฟิลเลอร์แท้ ให้กล่องกลับบ้านเพื่อตรวจสอบหรือโทรเช็กกับบริษัทนำเข้าได้ 
  • ฉีดฟิลเลอร์ปาก หมอฉีดฟิลเลอร์ปาก และค่อย ๆ ปรับทรงให้สวยงาม ดูเป็นธรรมชาติ
  • ประคบน้ำแข็ง ระหว่างฉีดฟิลเลอร์ปากจะมีการประคบน้ำแข็ง เพื่อช่วยลดความเจ็บระหว่างฉีด และช่วยลดบวม
  • แนะนำวิธีปฏิบัติตัว หลังฉีดฟิลเลอร์ปาก หมอจะแนะนำวิธีการดูแลตัวเองเพื่อให้ฟิลเลอร์เข้าที่เร็วและอยู่ได้นานขึ้น
  • นัดติดตามผล หลังจากฉีดฟิลเลอร์ปาก 1 เดือน เมื่อปากเข้าที่เต็มที่แล้ว จะมีการนัดติดตามผลอีกครั้ง

 

ฟิลเลอร์ปาก

[ps2id id=’เทคนิคฉีดฟิลเลอร์ปาก’ target=”/]

เทคนิคฉีดฟิลเลอร์ปาก 

การฉีดฟิลเลอร์ปาก เพื่อให้ได้รูปทรงที่สวยงาม ดูเป็นธรรมชาติ ต้องฉีดกับหมอที่มีประสบการณ์สูง รู้เทคนิคการฉีดฟิลเลอร์ปาก การเลือกใช้เข็ม สามารถวางตำแหน่งฟิลเลอร์ได้อย่างเหมาะสม ไม่ลึกหรือตื้นเกินไป 

นอกจากนี้ในการฉีดปาก ยังมีจุดที่ต้องใส่ใจรายละเอียดเป็นพิเศษ ได้แก่ บริเวณ Vermilion border (ขอบปาก) และ Philtrum (ร่องบนริมฝีปาก) เนื่องจากหลายคนอาจมีปัญหาขอบปากเบลอ ไม่ชัด ปากเรียบแบนไม่เป็นทรง แต่การฉีดฟิลเลอร์จะช่วยสร้างขอบปาก เติมติ่งริมฝีปาก (Tubercle) ทำให้เป็นทรงกระจับสวยมากขึ้น 

ฉีดฟิลเลอร์ปากกับแพทย์ที่มีประสบการณ์สูง จะสามารถช่วยออกแบบรูปทรงปากให้เหมาะสมกับใบหน้า ส่งผลให้ใบหน้าโดยรวมมีความโดดเด่น ดูมีเสน่ห์มากขึ้น และยังมั่นใจได้เรื่องของความปลอดภัย 

ริมฝีปากประกอบด้วยเส้นเลือดฝอยขนาดเล็กจำนวนมาก แต่สามารถฉีดฟิลเลอร์ด้วยเทคนิคเข็มแหลมได้เนื่องจากเนื้อเยื่อในจุดหนึ่ง ๆ ของริมฝีปาก มีเส้นเลือดมาเลี้ยงจากทุกทิศทาง จึงทำให้ไม่เกิดปัญหาเมื่อฉีดฟิลเลอร์ และมีเพียงเส้นเลือดหลักที่อยู่ลึกลงไปเพียงเส้นเดียวเท่านั้น ซึ่งถ้าเป็นแพทย์ที่มีประสบการณ์ การฉีดฟิลเลอร์ปากก็มีความปลอดภัย 100%

[ps2id id=’ลักษณะริมฝีปากที่ดี-มีสัดส่วนอย่างไร’ target=”/]

ลักษณะริมฝีปากที่ดี มีสัดส่วนอย่างไร ?

ลักษณะของริมฝีปากที่ดี ต้องเป็นริมฝีปากที่อวบอิ่ม มีสัดส่วนริมฝีปากบนกว้าง 1 ส่วน ริมฝีปากล่าง 1.6 ส่วน ริมฝีปากล่างต้องใหญ่กว่า เป็นรูปทรง มุมปากทั้งสองข้างตรงกัน และมีขนาดปากเหมาะสมกับขนาดของใบหน้า เช่น ใบหน้าใหญ่ ควรมีรูปปากกว้างรับกับใบหน้า ริมฝีปากบนและล่างต้องปิดสนิท มีความชุ่มชื้น ดูเป็นธรรมชาติ

[ps2id id=’ทรงปากแบบไหน-เหมาะกับคนไทย’ target=”/]

ทรงปากแบบไหน เหมาะกับคนไทย ?

ปัจจุบันมีทรงปากที่ได้รับความนิยมหลายทรง คือ ทรงปากสายเกาหลี ทรงปากสายฝอ และทรงปากกระจับ ซึ่งจะมีจุดเด่นและรูปทรงปากที่แตกต่างกันออกไป 

[ps2id id=’ทรงปากกระจับ’ target=”/]

1. ทรงปากกระจับ

 ทรงปากกระจับ หรือปากปีกนก ลักษณะริมฝีปากทั้งส่วนบนและส่วนล่างได้รูปสวยงามรับกับใบหน้า รูปทรงปากโค้งเรียวสวยคล้ายผลกระจับ จึงเป็นที่มาที่เรียกรูปปากทรงนี้ว่าปากกระจับ ปากกระจับเป็นทรงที่ทำให้ใบหน้ามีมิติมากขึ้น ไม่ทำให้ปากบางหรือแบนเรียบจนเกินไป และได้รูปสวยงามทั้งปากบนและปากล่าง

[ps2id id=’ทรงปากสายเกาหลี’ target=”/]

2. ทรงปากสายเกาหลี

 ทรงปากสายเกาหลี หรือทรงปาก Cherry Lips ลักษณะจะเหมือนลูกเชอร์รี 2 ลูก มาประกบกันอยู่ตรงกลางริมฝีปาก โดยช่วงกลางของริมฝีปากบนและล่างจะดูอิ่มฟูกว่าด้านข้าง เป็นทรงปากที่ดูอวบอิ่ม เต็ม ฟู และยังทำให้หน้าดูเด็กลงอีกด้วย

[ps2id id=’ทรงปากสายฝอ’ target=”/]

3.ทรงปากสายฝอ 

ทรงปากสายฝอจะเน้นเซ็กซี่ อวบอิ่ม ปัจจุบันการฉีดฟิลเลอร์ปากสายฝอเป็นเทรนด์ที่มาแรงตามกระแสดารา ที่หันมาเติมฟิลเลอร์ปากปรับทรงปากสายฝอ เพิ่มลุคเซ็กซี่ โดยลักษณะทรงปากสายฝอจะมี 2 แบบ คือ

 

  • แบบปากอวบอิ่ม เซ็กซี่ (หนาแต่ปากล่าง) โดยริมฝีปากจะเต็มอิ่มโดยเฉพาะริมฝีปากล่าง ส่วนริมฝีปากบนจะมีความเจ่อเล็กน้อย 
  • แบบปากอวบหนา เต็มสวย (เต็มทั้งล่างบน) โดยริมฝีปากจะเต็มอิ่มทั้งริมฝีปากล่างและริมฝีปากบน ขึ้นอยู่กับความชอบ 

 

ฉีดฟิลเลอร์ปาก ปรับทรงปาก

[ps2id id=’ฉีดฟิลเลอร์ปาก-ช่วยอะไรบ้าง’ target=”/]

ฉีดฟิลเลอร์ปาก ช่วยอะไรบ้าง ? 

การฉีดฟิลเลอร์ปาก นอกจากจะช่วยปรับทรงปากสวยแล้ว ยังสามารถแก้ปัญหาทรงปาก เช่น  

1.ปรับริมฝีปากบน-ล่างให้สมดุล แก้ปัญหาปากบน-ล่างไม่เท่ากัน เช่น ทำศัลยกรรมผ่าตัดมาแล้วเกิดปัญหา เกิดความผิดปกติจากการเกิดอุบัติเหตุ การฉีดฟิลเลอร์ปาก สามารถปรับริมฝีปากที่ไม่เท่ากันให้สมส่วน สมดุลได้ 

2.เพิ่มวอลลุ่มให้ริมฝีปาก แก้ปัญหาริมฝีปากบาง ทำให้ใบหน้าขาดมิติและจุดเด่นชวนมอง อีกทั้งยังทำให้ใบหน้าดูมีอายุ การฉีดฟิลเลอร์ปาก เติมฟิลเลอร์ปาก จะช่วยปรับริมฝีปากที่บางให้หนาขึ้น เพิ่มวอลลุ่มให้ริมฝีปากดูอวบอิ่ม เซ็กซี่ หลังฉีดฟิลเลอร์ปากช่วยเพิ่มมิติใบหน้าได้ ขอบปากชัด ได้รูปสวย

3.ยกมุมปาก เพิ่มเสน่ห์เวลายิ้ม และเสริมบุคลิกภาพ เช่น บางคนปากคว่ำ ดูหน้าบึ้ง การฉีดฟิลเลอร์ปากจะช่วยยกมุมปากขึ้น ทำให้ใบหน้าดูเป็นมิตร มีรอยยิ้มมุมปาก

4.เสริมโหงวเฮ้ง ปากที่มีลักษณะดี ต้องมีขอบ มีหยัก มุมปากทั้ง 2 ข้าง ตรงหรือช้อนขึ้นเล็กน้อยและได้รูปเหมาะสมกับขนาดของใบหน้า จะทำงานใหญ่ได้ดี มีคู่ช่วยเหลืออุปถัมภ์ 

5.เติมความชุ่มชื้น ปากฉ่ำวาว ดูสุขภาพดี สำหรับบางคนที่ริมฝีปากแห้งแตกเป็นขุย หรือเป็นร่องลึก การฉีดฟิลเลอร์ปากจะทำให้ปากดูสุขภาพดีขึ้น ชุ่มชื้นขึ้น อวบอิ่มขึ้น ทาลิปแล้วไม่ตกร่อง  

[ps2id id=’ฉีดฟิลเลอร์ปาก-กี่วันเห็นผล’ target=”/]

ฉีดฟิลเลอร์ปาก กี่วันเห็นผล ?  

  • 1 วัน ริมฝีปากอวบอิ่มขึ้น 
  • 2-3 วัน อาจมีรอยบวมแดงบริเวณที่ฉีดหรือรู้สึกเจ็บจากอาการบวมเป็นเรื่องปกติ สามารถหายได้เอง 
  • 4-5 วัน อาการบวมค่อย ๆ ลดลง เริ่มเห็นทรงปากชัด 
  • 1-2 สัปดาห์ ริมฝีปากเข้าที่ อวบอิ่ม เป็นทรงสวย ดูเป็นธรรมชาติ 

[ps2id id=’ฉีดฟิลเลอร์ปากใช้-กี่-CC’ target=”/]

ฉีดฟิลเลอร์ปากใช้ กี่ CC ? 

โดยทั่วไปการฉีดฟิลเลอร์ปาก เติมปากเพียง 1 CC ก็เห็นผลการเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจน นอกจากคนที่ปากบางมาก หรืออยากได้ทรงอวบอิ่มแบบฝรั่ง ต้องการเพิ่มวอลลุ่มมาก ๆ อาจจะต้องใช้ 2 CC โดยการจะปรับทรงปากให้สวยงามเหมาะกับรูปหน้าของแต่ละคน ซึ่งหมอจะประเมินความเหมาะสมเป็นเคส ๆ ไป 

ฉีดปาก

[ps2id id=’ฟิลเลอร์ปาก-ยี่ห้อไหนดี’ target=”/]

ฟิลเลอร์ปาก ยี่ห้อไหนดี ? 

ฟิลเลอร์ปากแต่ละยี่ห้อ แต่ละรุ่น มีจุดเด่นที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่ว่าเราอยากได้ปากทรงไหน สามารถเอารูปทรงปากที่ชอบไปให้หมอดูได้ เพื่อที่หมอจะได้ประเมินใบหน้า แนะนำฟิลเลอร์ปากที่เหมาะสมกับทรงปากที่ต้องการ 

ยี่ห้อฟิลเลอร์ปากที่ได้รับความนิยม คลินิกเสริมความชั้นนำเลือกใช้จะมีอยู่ 3 ยี่ห้อด้วยกัน คือ ฟิลเลอร์ Restylane (สวีเดน) ฟิลเลอร์ Juvederm (อเมริกา) และฟิลเลอร์ Belotero (สวิตเซอร์แลนด์) ซึ่งเป็นฟิลเลอร์แบรนด์ระดับโลก

  1. Restylane Vital Light ฟิลเลอร์เนื้อละเอียด มีจุดเด่นที่สามารถช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น มีความเป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับบำรุงผิวชุ่มชื้น อยู่ได้นาน 6-12 เดือน
  2. Juvederm Volift ฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม มีจุดเด่นที่มีความละเอียด และยืดหยุ่นสูง ให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ ไม่เป็นก้อน อยู่ได้นาน 12 เดือน
  3. Juvederm Volite ฟิลเลอร์เนื้อละเอียด มีจุดเด่นที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น เหมาะกับผู้ที่ต้องการให้ผิวปากชุ่มชื้น อวบอิ่มขึ้นเล็กน้อย อยู่ได้นาน 8-12 เดือน
  4. Juvederm Ultra Plus ฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม มีจุดเด่นที่มีความฟูมาก เหมาะกับคนที่ต้องการปากอวบอิ่มแบบฝรั่ง อยู่ได้นาน 12 เดือน
  5. Juvederm Voluma ฟิลเลอร์เนื้อแข็ง มีจุดเด่นที่เนื้อแน่น ฟูปานกลาง อยู่ได้นานที่สุด เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปากอวบอิ่ม อยู่ได้นาน 18 เดือน
  6. Belotero Volume ฟิลเลอร์เนื้อแข็ง มีจุดเด่นที่เนื้อแน่น อยู่ทรง เพิ่ม Volume ให้ปากได้ดี เหมาะกับทรงปากสายฝอ อยู่ได้นาน 12-18 เดือน  
  7. Restylane Kysse ฟิลเลอร์เนื้อละเอียด มีจุดเด่นที่ความคงตัว สร้างขอบริมฝีปากที่ชัดเจน ให้ความชุ่มชื้นและความอวบอิ่ม ออกแบบมาสำหรับใช้เติมเต็มริมฝีปากโดยเฉพาะ อยู่ได้นาน 12 เดือน 
  8. Restylane Refyne ฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม มีจุดเด่นที่มีความยืดหยุ่น สามารถเติมเต็มให้ปากอวบอิ่ม เป็นธรรมชาติ อยู่ได้นาน 12 เดือน 
  9. Restylane Volyme ฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม มีจุดเด่นที่ความยืดหยุ่นสูง อุ้มน้ำ ดูเป็นธรรมชาติไม่เป็นก้อน เหมาะฉีดมุมปาก อยู่ได้นาน 18 เดือน

[ps2id id=’ฉีดฟิลเลอร์ปาก-อยู่ได้นานแค่ไหน’ target=”/]

ฉีดฟิลเลอร์ปาก อยู่ได้นานแค่ไหน ?

การฉีดฟิลเลอร์ปากโดยทั่วไปจะอยู่ได้ประมาณ 6-18 เดือน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อฟิลเลอร์ และวิธีการดูแลตัวเองหลังฉีด 

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสบริเวณที่ฉีด ไม่จับ บีบ นวดบริเวณริมฝีปาก
  • ไม่ดึงหรือลอกหนังริมฝีปาก เพราะเป็นการทำลายผิวริมฝีปาก ทำให้ผิวเก็บกักน้ำและความชุ่มชื้นไว้ได้น้อยลง
  • งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด รวมไปถึงเครื่องดื่มร้อน ๆ เพราะอาจทำให้ปากเกิดอาการบวม หรืออักเสบได้ง่าย
  • งดทำกิจกรรมหรือการออกกำลังหนัก ๆ ที่จะทำให้ปากเสียรูปทรง
  • ใน 12 ชั่วโมงแรกควรงดใช้หลอดดูดน้ำ งดทาลิปสติกและงดสูบบุหรี่
  • ควรดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อเพิ่มการอุ้มน้ำของฟิลเลอร์ และช่วยให้ฟิลเลอร์ฟูและอยู่ได้นานขึ้น

หลังฉีดฟิลเลอร์ปาก

[ps2id id=’ฟิลเลอร์ปาก-ราคาเท่าไหร่’ target=”/]

ฟิลเลอร์ปาก ราคาเท่าไหร่ ?

ราคาฉีดฟิลเลอร์ปากจะแตกต่างกันไปตามยี่ห้อฟิลเลอร์ รุ่นฟิลเลอร์ ปริมาณฟิลเลอร์ที่ฉีด จากการสำรวจราคาฉีดฟิลเลอร์ปาก คลินิกเสริมความงามชั้นนำจะเริ่มต้นอยู่ที่ 14,000.-18,000.-/1 CC 

[ps2id id=’ฉีดฟิลเลอร์ปาก-ข้อดี-ข้อเสีย’ target=”/]

ฉีดฟิลเลอร์ปาก ข้อดี-ข้อเสีย 

ข้อดี ฉีดฟิลเลอร์ปาก ข้อเสีย ฉีดฟิลเลอร์ปาก
ปลอดภัย ฟิลเลอร์สลายได้เองตามธรรมชาติ ช่วงแรกอาจมีอาการบวม 7-14 วัน หายได้เอง 
เห็นผลทันทีหลังทำ ไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้น ผลลัพธ์ไม่อยู่ถาวร สลายตามธรรมชาติ
ไม่มีแผล อาจมีรอยเข็มเพียงเล็กน้อย หายได้เอง ฟิลเลอร์สลายเร็ว หากละเลยการดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ปาก
อยู่ได้นาน 6-18 เดือน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อฟิลเลอร์
แก้ไข ฉีดสลาย หรือฉีดเพิ่มเพื่อปรับทรงปากสวย
ราคาถูกกว่าการทำศัลยกรรมผ่าตัดปาก 

สรุป 

การฉีดฟิลเลอร์ปากให้ออกมาสวย ได้ทรงปากอวบอิ่มตรงใจ ต้องฉีดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ สามารถออกแบบรูปทรงปากเหมาะกับใบหน้า ไม่ว่าจะทรงปากกระจับ ทรงปากสายเกาหลี ทรงปากสายฝอ รู้เทคนิคการฉีดที่ถูกต้อง จึงจะสามารถมั่นใจได้ทั้งผลลัพธ์และความปลอดภัย 

,