ฉีดเมโสหน้าใส เรียกคืนผิวหน้าขาวเนียน บอกลาหน้าโทรม  

ฉีดเมโสหน้าใส

ใครๆ ก็อยากมีผิวหน้าขาวสวยเนียนใส สุขภาพดี  การ “ ฉีดเมโสหน้าใส  จึงตัวเลือกที่หลายคนให้ความสนใจ  เพราะช่วยส่งเสริมบุคลิกภาพภายนอกให้ดูดีได้  ช่วยเรียกความมั่นใจ ส่งเสริมให้เกิดโอกาสดี ๆ เข้ามาในชีวิต ทั้งเรื่องการ งาน ๆ เงิน และโดยเฉพาะเรื่องความรัก  ใสส่วนของปัญหาผิวที่พบได้บ่อยๆ คือปัญหาจากสิว อาทิ สิวอักเสบ สิวอุดตัน แม้จะหายแล้วแต่กลับยังทิ้งรอยแดงรอยดำไว้บนหน้า บางครั้งถึงขั้นเป็นหลุมสิว เมื่ออยาก “ฉีดเมโสหน้าใส”  ต้องรู้อะไรไป  

ทำความรู้จัก การฉีดเมโส หน้าใส  

เมโส คืออะไร ?  การฉีดเมโส หรือ Mesotherapy เป็นการรักษาด้วยการฉีดตัวยาเข้าชั้นผิวหนังโดยตรงหรือที่เรียกว่า ชั้น เมโส เพื่อแก้ปัญหารอยสิว ฝ้า กระ จุดด่างดำ รวมถึงเรื่องของสีผิวไม่สม่ำเสมอ รอยแผลเป็นต่าง ให้จางลง   

โดยใช้เข็มขนาดเล็กๆ ฉีดตัวยาเข้าไป เพื่อกระตุ้นและฟื้นฟูเซลล์ผิวจากภายใน ซึ่งตัวยาที่ใช้ส่วนใหญ่จะเป็น วิตามินต่างๆ   เช่น วิตามินซี คอลลาเจน แร่ธาตุ โคคิวเทน โกสต์เฟคเตอร์ ต้านอนุมูลอิสระ และเอนไซม์ เป็นต้น และเมื่อรักษาอย่างต่อเนื่อง สามารถช่วยผิวหน้าขาว ใส เรียบเนียนขึ้น ซึ่งให้ผลเร็ว เนื่องจากส่งวิตามินและสารบำรุงเข้าสู่ผิวโดยตรง  

การฉีดเมโสหน้าใส ช่วยแก้ปัญหาผิวได้อย่างไร  

การฉีดเมโสหน้าใส นอกจากช่วยแก้ไขปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอแล้ว ยังช่วยลดปัญหา ฝ้า กระ หรือจุดด่างดำ ปรับกระชับรูขุมขน ฟื้นฟูผิวหน้าที่อ่อนล้า ให้กลับมาสดใส เต่งตึง ด้วยกลไกการทำงานแบบล้างสารพิษตกค้าง หรือ Detox  ทำให้ระบบไหลเวียนดีขึ้น พร้อมกับกระตุ้นกระบวนการฟื้นฟูเซลล์ผิว กระตุ้นให้มีเลือดมาหล่อเลี้ยงผิวมากขึ้น เร่งการผลัดและสร้างผิว

นอกจากนี้ยังช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระจากวิตามินที่ฉีดเข้าไป ชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัยได้และทำให้ผิวแข็งแรงขึ้นด้วย  โดยผู้หญิงจะได้ผลดีกว่าผู้ชาย เพราะชั้นใต้ผิวหนังของผู้ชายส่วนใหญ่เป็นพังผืด

การฉีดเมโสหน้าใส อันตรายหรือไม่ ?

การฉีดเมโสหน้าใส ดูเหมือนจะเป็นเรื่อง่าย แต่ความจริงแล้ว การฉีดเมโสหน้าใส แบบผิดวิธี อาจส่งผลร้ายแรงตามมา เช่น ผิวเน่า ติดเชื้อ ผิวหนังอักเสบ การฉีดเมโสไม่ใช่ใครก็สามารถฉีดได้ หรือ ซื้อหามาฉีดได้เองตามที่เห็นบนโลกโซเชียล การฉีดเมโสต้องกระทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ มีประสบการณ์ และคลินิกที่ให้บริการต้องมีมาตรฐานได้รับการจดทะเบียนจัดตั้งเป็นสถานประกอบการอย่างถูกต้อง

ตัวยาที่ใช้ต้องมี อ.ย. รับรอง   หากเข้ารับการบริการจากแพทย์ที่ไม่มีประสบการณ์ ฉีดลึกจนเกินไป อาจเกิดแผลเป็นขึ้นบนใบหน้า กรณีที่ฉีดเข้าไปในชั้นผิวที่ลึกเกินไป หรือในกรณีของคนที่ผิวบาง อักเสบง่ายก็อาจจะได้รับผลกระทบที่รุนแรง ผิวหน้าอาจมีการอักเสบรุนแรง หรือเกิดความผิดปกติได้ ดังนั้นควรเข้ารับการฉีดจากแพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านผิวหนังเท่านั้น

ฉีดเมโสหน้าใส เจ็บหรือไม่?  

การฉีดเมโสหน้าใส อาจไม่เหมาะกับผู้ที่กลัวเข็ม แต่จากคำบอกเล่าของผู้ที่เคยใช้บริการ บ้างก็กล่าวว่าแม้จะเป็นฉีดลงที่ผิวหน้าแต่ก็ไม่ได้สร้างความเจ็บปวดมากนัก  เรียกว่าเจ็บแต่ทนได้ เนื่องจากเข็มที่ใช้มีขนาดเล็ก และไม่ได้ฉีดลงลึกจนสร้างความหวาดเสียวแบบที่หลายคนกังวล ฉีดลึกเพียง 2-3 มิลลิเมตรโดยประมาณเท่านั้น สามารถแปะยาชาได้ บางรายอาจรู้สึกร้อน หรือแสบหน้าเล็กน้อยขณะฉีด ซึ่งจะหายไปในเวลาประมาณ 10 20 นาที  

ฉีดเมโสหน้าใส กี่วันเห็นผล

เนื่องจาการการฉีดเมโสหน้าใสเป้นการฉีดวิตามินเข้าสู่ผิวโดยตรงทันที จึงเห็นผลรวดเร็ว โดยสามารถออกฤทธิ์ในการลดการทำงานของเม็ดสีใต้ชั้นผิว ทำให้ฝ้ากระจางลง รอยสิวรอยดำจางลง ฉีดครั้งเดียวก็เห็นความแตกต่างทำให้ผิวหน้าสุขภาพดีจากภายใน จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวแบบเร่งด่วน  

โดยปกติจะเริ่มเห็นผลประมาณ 2-3 วันหลังฉีด และจะค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ ทั้งนี้การฉีดโมโสหน้าใส ไม่ได้ฉีดแค่ครั้งเดียวแล้วจบ เห็นผลเลยชัดเจนข้ามคืนในครั้งเดียว จำเป็นต้องฉีด ทุกๆ 3-5 วัน หรือฉีดสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง ประมาณ 5 ครั้ง ถึงจะเห็นผลชัดเจน

ฉีดเมโสหน้าใสมีผลข้างเคียงหรือไม่

อาจเกิดผลข้างเคียงได้ แต่ไม่ทุกราย เช่น หน้าแดงแสบหน้า ผิวลอก หรือเห็นรอยเข็มสีแดงคล้ายผื่น แต่ส่วนใหญ่แล้วอาการเหล่านี้ที่ว่าจะหายไปภายใน 1 สัปดาห์ สภาพผิวจะค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ ฉีดแล้วสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันทำงานได้ตามปกติ  ควรรักษาความสะอาดผิวหน้าเป็นพิเศษ แต่ไม่ขัดหรือถูหน้าแรง เพราะผิวอาจจะติดเชื้อง่าย หรือเกิดสิวจากการสะสมของแบคทีเรีย

ใครบ้างไม่ควรฉีดเมโส ?

ไม่แนะนำให้ฉีดในสตรีกำลังตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตต่ำ โรคหัวใจ หรือในรายที่เคยที่มีประวัติโรคระบบหลอดเลือดผิดปกติในสมอง เช่น เส้นเลือดสมองตีบ หรืออุดตัน โรคเกี่ยวกับผิวหนัง  ส่วนใครที่มีปัญหาเรื่องสิวรบกวนอยู่ตอนนี้ เป็นสิวอยู่ก็สามารถฉีดเมโสหน้าใสได้เช่่นกัน เนื่องจากการทำเมโสไม่กระตุ้นให้เกิดสิวขึ้นมากขึ้น ในทางกลับกันยังเป็นการบำรุงซึ่งดีต่อผิวพรรณ

คิดว่าคงได้ข้อมูลประกอบการคัดสินใจพอสมควรแล้ว สิ่งสำคัญคือ การหาข้อมูลเกี่ยวกับคลินิกที่ตั้งใจจะเข้ารับบริการ ว่ามีความน่าเชื่อถือพอหรือไม่ อย่าเห็นแก่โปรโมชั่นส่วนลดเพียงอย่างเดียว เพราะอาจเกิดความไม่ปลอดภัย เกิดขึ้นในอนาคตได้

เรียบเรียงบทความโดย kellyplasticsurgery.com