ฟิลเลอร์ใต้ตา

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา รีวิว อันตรายไหม? ยี่ห้อไหนดีสุด ช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง ต้องใช้กี่ cc?

ฟิลเลอร์ใต้ตา คืออะไร? ประโยชน์ที่ช่วยให้ใต้ตาดูดีขึ้น?

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา คือ การฉีดสาร HA ( Hyaluronic Acid ) หรือสารไฮยาลูรอนิค แอซิด ที่หลายคนเรียกติดปากกันว่า ฟิลเลอร์ เข้าไปบริเวณใต้ตา เพื่อแก้ปัญหาร่องลึกให้ดูตื้นขึ้น ริ้วรอยดูจางลง ผิวหนังใต้ตามีความกระชับ สดใส หน้าดูเด็กลง การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาคุณหมอมักแนะนำให้ทำเป็นตำแหน่งแรก หลังจากฉีดแล้วจะช่วยคืนความสดใส ย้อนวัยให้กลับมาอ่อนเยาว์ลงอีกครั้งครับ

ฟิลเลอร์ใต้ตา-รีวิวคุณเจสซี่

ทั้งนี้เมื่อวัยล่วงเลยเกินกว่า 25 ปีทุกคนจะเจอปัญหากระดูกใต้ตายุบตัวลง ส่งผลให้หน้าดูโทรม โดยเฉพาะในผู้หญิงหน้าจะดูมีอายุและโรยรา แม้ในผู้ชายจะดูหล่อขึ้นก็อาจเป็นได้ในบางคนเท่านั้น

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ที่ไหนดี?

  • คลินิกจะต้องมีป้ายชื่อสถานพยาบาล เลขที่ใบอนุญาต 11 หลัก เพื่อเป็นการยืนยันว่าเปิดให้บริการอย่างถูกต้อง ได้มาตรฐาน นอกจากนี้ ทางคลินิกต้องแสดงใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาลไว้ให้ผู้เข้ามาติดต่อมองเห็นได้อย่างชัดเจนด้วยครับ
  • ควรเลือกฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาในคลินิกที่ตั้งอยู่ในทำเลที่ดี คนไข้สามารถเดินทางได้อย่างสะดวก ในกรณีเกิดปัญหาขึ้นสามารถเข้ามาติดต่อที่คลินิกได้ทันท่วงที รวมทั้งมีที่จอดรถอย่างเพียงพอ เช่น ห้างสรรพสินค้า
  • คลินิกควรมีช่องทางติดต่อ สำหรับให้คนไข้สามารถสอบถามข้อสงสัยกับคุณหมอที่ทำเคสของตนเองโดยตรงได้อย่างสะดวก เช่น เบอร์โทรศัพท์, ช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ อย่างเช่น [email protected] หรือ Facebook
  • เลือกคลินิกที่สะอาด ได้มาตรฐาน มีอุปกรณ์ เครื่องมือ ยาและเวชภัณฑ์ที่อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน ถูกหลักอนามัย และครบถ้วน มีห้องหัตถการและพื้นที่กว้างขวาง ไม่อับทึบหรือคับแคบ

https://www.youtube.com/watch?v=OsE8Vuhymoc&feature=emb_logo

ขอบคุณ รีวิวฟิลเลอร์ใต้ตา ช่วยให้ร่องใต้ตาตื้นขึ้น ดูสดชื่น ตาไม่ดำ ไม่โหลไม่ดูโรยรา ช่วยหน้าดูเด็กลง จาก Youtube channel: V Square Clinic

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ยี่ห้อไหนดี? เลือกใช้รุ่นไหนดีสุด

เราจำเป็นต้องพิถีพิถันในการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เพราะผิวหนังบริเวณใต้ตามีลักษณะค่อนข้างบางกว่าส่วนอื่นบนใบหน้า แพทย์จึงเลือกใช้ฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม ไม่ทำให้ผิวฟูเยอะเกินไป มิฉะนั้นจะออกมาไม่เป็นธรรมชาติเพราะตาดูบวม

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา-ยี่ห้อไหนดีที่สุด

  • ฟิลเลอร์ยี่ห้อ Juvederm รุ่น Voluma ได้พัฒนาเป็นรุ่นที่มีลักษณะโมเลกุลใกล้เคียงกับ Restylane ฉีดแล้วจะไม่ค่อยฟูมากเหมาะกับผิวหนังใต้ตา
  • ฟิลเลอร์ยี่ห้อ Restylane รุ่น Perlane ฉีดแล้วคงรูปไม่ฟูเยอะ ผลที่ได้ออกมาเป็นธรรมชาติ ไม่ทำให้ตาดูบวม ล้วนเป็นจุดเด่นของ filler ยี่ห้อ Restylane

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ใช้กี่ cc? ให้ใต้ตากระชับ สดใส ดูอ่อนกว่าวัย

ไม่มีสูตรที่เฉพาะเจาะจงว่า ฟิลเลอร์ใต้ตา ใช้กี่ CC จึงจะออกมาเป็นธรรมชาติ ใต้ตาเต็มสวย ผิวใต้ตากระชับมากขึ้น และคุณหมอจะเป็นผู้ที่ให้คำตอบแก่คนไข้แต่ละเคสได้ดีที่สุดครับ เนื่องจากแต่ละคนย่อมมีปัญหาผิวใต้ตาที่แตกต่างกันออกไป โดยส่วนใหญ่จะนิยมฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาประมาณ 1-2 cc ทั้งนี้ ในผู้ที่มีอายุมักจะพบปัญหากระดูกใต้ตาเกิดยุบตัวลงไปมากจนใต้ตาดูลึก คุณหมออาจจำเป็นต้องฉีดฟิลเลอร์ในปริมาณที่เยอะขึ้นซึ่งจะพิจารณาเป็นราย ๆ ไป จึงแนะนำให้เข้าไปพบคุณหมอเพื่อประเมินการรักษาก่อนการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาครับ 

หรือออ่านข้อมูลเกี่ยวกับฟิลเลอร์ เพิ่มเติมได้จากที่นี่ครับ : https://www.vsquareclinic.com/tips/filler/

เรื่องควรรู้ก่อนตัดสินใจ ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา อันตรายไหม? เลือกยังไงดี?

ฟิลเลอร์ใต้ตา-ยี่ห้อไหนดี

 

  • ก่อนตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์ ควรศึกษาหาข้อมูลให้เข้าใจก่อนในเบื้องต้น

สิ่งสำคัญอันดับแรกคือ ควรศึกษาข้อมูลรีวิวของคนไข้ที่เคยเข้ารับการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตากับคลินิกที่เรากำลังสนใจอยู่ โดยพิจารณารูปภาพ, คลิป VDO จากแหล่งที่มีความเป็นกลาง ซึ่งทางคลินิกไม่สามารถลบออกเองได้ เช่น Wongnai, Facebook Fanpage

  • ตรวจสอบว่าเป็นฟิลเลอร์แท้เท่านั้น

ก่อนฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยคนไข้ควรตรวจสอบให้มั่นใจก่อนว่าเป็นผลิตภัณฑ์ฟิลเลอร์แท้ เพราะสามารถสลายไปได้เองตามธรรมชาติ ไม่มีสารตกค้างในร่างกาย

  • เลือกฉีดใต้ตากับแพทย์ที่มีความประสบการณ์ด้านการฉีดฟิลเลอร์โดยเฉพาะ 

ซึ่งจะใช้เทคนิคการฉีดที่เหมาะสม มีความปลอดภัย และได้ผลลัพธ์ออกมาสวยงาม มีความเป็นธรรมชาติมากที่สุดครับ

ฟิลเลอร์ใต้ตา กี่วันเห็นผล? รอนานมากหรือไม่?

เราควรวางแผนหากต้องใช้หน้าเพื่ออกไปพบปะผู้คนในโอกาสสำคัญ ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา กี่วันเห็นผล คือข้อสงสัยที่คนไข้จำนวนไม่น้อยสอบถามคุณหมอครับ อันที่จริงการใช้ฟิลเลอร์เติมเต็มสามารถเห็นความเปลี่ยนแปลงหลังฉีดได้ทันทีโดยไม่ต้องรอนาน และสำหรับการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตานั้นจะค่อย ๆ เห็นผลประมาณ 4-5 วันหลังฉีดไปแล้วครับ ส่วนผลลัพธ์ที่ชัดเจนนั้นก็รอเพียง 2-3 สัปดาห์ก็สามารถเห็นได้ถึงความเปลี่ยนแปลงว่าใต้ตาตึงกระชับ ดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ 

ฟิลเลอร์ใต้ตา บวมกี่วัน หลังทำเสร็จ?

  •         หลังทำประมาณ 7-14 วันจึงจะเข้าที่ได้อย่างเต็มที่
  •         อาการบวมเข็มจะค่อย ๆ ดีขึ้นภายใน 3 วันหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเรียบร้อยแล้ว

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา-ควรดื่มน้ำมากๆ

อาการบวมอาจเกิดขึ้นได้หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ซึ่งเกิดจากเข็มที่เข้าไปในผิว แต่ไม่ใช่การบวมแดงอักเสบที่เกิดจากตัวยา คนไข้ไม่ต้องกังวลใจเพราะคุณหมอจะมีการนัดหมายให้เข้ามาดูผลลัพธ์ด้วยครับ นอกจากนี้ คนไข้ควรดื่มน้ำให้เพียงพอประมาณ 1.5-2 ลิตรในแต่ละวันเพื่อช่วยให้ฟิลเลอร์อยู่ได้นานขึ้น 

ทำไมฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา แล้วเป็นก้อนบวม?

หากเป็นการฉีดเติมใต้ตาโดยใช้ฟิลเลอร์ของแท้ Hyaluronic Acid : HA แพทย์จะสามารถฉีดเพื่อสลายฟิลเลอร์ที่เป็นก้อนได้โดยใช้ตัวยา Hyaluronidase หรือ HYAL (ไฮยาลูโรนิเดส) เพื่อเป็นการแก้ไข สำหรับต้นเหตุที่ทำให้หลังฉีดฟิลเลอร์แล้วบวมเป็นก้อน เกิดได้จากปัจจัยต่าง ๆ คือ

  •         ฉีดกับคลินิกไม่ได้มาตรฐาน หรือฉีดกับหมอเถื่อนที่ใช้ฟิลเลอร์ปลอมในการฉีดให้กับคนไข้
  •         คุณหมอที่ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาให้ ไม่มีความเชี่ยวชาญในด้านการฉีด filler
  •         ในการฉีดเติมเต็มใต้ตา อาจเลือกใช้ยี่ห้อ/รุ่นของฟิลเลอร์ ที่ไม่เหมาะสมกับบริเวณใต้ตา
  •         เทคนิคที่ใช้ ไม่ถูกต้องสำหรับการฉีดฟิลเลอร์บริเวณใต้ตา

ฟิลเลอร์ใต้ตา รีวิว เทียบก่อนฉีด VS หลังฉีด แบบชัด ๆ !

ฟิลเลอร์ใต้ตากี่-cc-1CC

(ภาพรีวิว ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา : ปริมาณ 1 CC)

รีวิวฉีดฟิลเลอร์ใต้ตากี่-cc-2-CC

(รีวิว ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา : ปริมาณ 2 CC)

รีวิวฟิลเลอร์ใต้ตา-กี่ccดีที่สุด-0dot5cc

(รีวิว ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา : ปริมาณข้างละ 0.5 cc และร้อยไหมข้างละ 3 เส้น) 

ฟิลเลอร์ใต้ตา ราคาลดพิเศษ โปรโมชั่นที่ V Square Clinic เท่านั้น

โปรโมชั่น แต่ละยี่ห้อฟิลเลอร์ใต้ตา ราคา ลด 50% พิเศษเฉพาะที่ V Square Clinic

  •         ฟิลเลอร์ใต้ตา Restylane รุ่น Vital Light : นำเข้าจากสวีเดน (SE) อยู่ได้นานถึง 6 เดือน

ปริมาณ 1 CC ลดราคาเหลือเพียง 13,000 บาท (จากราคาปกติ 26,000)

  •         ฟิลเลอร์ใต้ตา Juvederm รุ่น Volite : นำเข้าจากอเมริกา (us) อยู่ได้นานถึง 6 เดือน

ปริมาณ 1 CC = 13,000 บาท (จากราคาปกติ 26,000)

  •         ฟิลเลอร์ใต้ตา Juvederm รุ่น Voluma : นำเข้าจากอเมริกา (us) อยู่ได้นานถึง 18 เดือน

ปริมาณ 1 CC = 13,000 บาท (จากราคาปกติ 26,000)

  •         ฟิลเลอร์ใต้ตา Restylane รุ่น Defyne : นำเข้าจากสวีเดน (SE) อยู่ได้นานถึง 18 เดือน

ปริมาณ 1 CC = 13,000 บาท (จากราคาปกติ 26,000)

  •         ฟิลเลอร์ใต้ตา Restylane รุ่น Perlane Lyft : นำเข้าจากสวีเดน  (SE) อยู่ได้นานถึง 1 ปี

ปริมาณ 1 CC = 11,000 บาท (จากราคาปกติ 22,000)

ขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.vsquareclinic.com/